หมวกกันน็อคดูหนังไป 2 เรื่อง เมื่อวานนี้ กะ วานก่อน
เป็นหนังที่ดูแล้วผิดคาด แบบไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ55
ก็เลย ตะหลึ่ง ตึง ตึ๊ง ตะลึง ตึง ตึง
มาว่าที่เรื่อง Hotel ก่อน ฝีมือผู้กำกับชาวออสเตรีย Jessica Hausner
ดูแล้วแบบว่า...GOD!!! ช้านดูอะไรลงไป...
(เชื่อว่าหลายคนต้องเอ๋อแตกเพราะลุ้นแทบตาย สุดท้ายไม่เห็นอะไรเลย)
ไปฉกเรื่องนี้แบบไม่คิดอะไรเพราะมันลดราคาที่แมงป่อง ฮาๆ DVD 89 บาทเอง
พอมา search ดูถึงได้รู้ว่าที่มันเป็นแบบนี้เพราะมันมีความเฮี้ยน55
เพราะงั้นที่หมวกกันน็อคดูจบแล้วรีบเปิด select scene ดูว่า
หนังมันเรียงฉากมั่วป่าว(วะ) จึงไม่ผิด
และมันจบเช่นนั้นจริงๆ ไม่ได้ตาฝาดแต่อย่างใด
อ้ะๆ พร่ำเพ้อยาวๆจะไม่ดี แต่ก็ไม่อยากสปอย(แม้จะคันปากยิบๆ)
เอาเป็นว่า อาจมีสปอยละกันค่ะ ฮา~
รูปหาไม่ไกล search จาก Google นะคะ
ในรูปคือ นางเอก ส ใส่เกือก ของเราที่เดินเข้าไปในความมืด
และในปกในของ dvd จะพบว่า มันเดินหายไปกะความมืดเลยจริงๆ
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ใช้พลังจินตนาการสูงจริงๆค่ะ สูงงงงมาก
เพราะมันไม่มีอะไรเลย หย่อนนู่นใส่น้ำจิ้มนี่มาให้เรางง และสับสนม้าก
ฉากตัดไปมาแบบขาดๆหายๆไม่ปะติดปะต่อ แต่นั่นทำให้เรื่องนี้สนุก
เพราะคนดูเป็นคนผูกเรื่องเองเออเอง เหมือนแต่งประโยคเป็นเรื่องส่งครูอ่ะ
หมวกกันน็อคว่างั้นนะ เพราะงั้นเรื่องนี้เลยเหมือนเกม ที่มีหลายฉากจบ
และตัวเอกก็เหมือนฮิงุราชิแต่ละบทที่มีความคลาดเคลื่อนได้ตลอดเวลา
เพราะงั้นเรื่องนี้จึงเป็นได้ทั้งหนังพารานอย หนังชีวิต หนังฆาตกรรม และหนังผีได้ในเวลาเดียวกัน
แล้วมันเกี่ยวอะไรกะ Rule of rose ('o')?
ก็แค่หมวกกันน็อคมองเห็นภาพไอรีนทับซ้อนกะเจนนิเฟอร์แค่นั้นแหละ55
ฉากไอรีนเดินหายไปในความมืดทั้งในโรงแรม ในถ้ำ ในป่า มันได้อารมณ์เกมดี
แถมท่าเดินยังนึกถึงเจนนิเฟอร์อีก หน้าตาก็คล้ายนะ ลองเอาเจนนิเฟอร์มาใส่แว่นสิ
ทั้งไอรีนและเจนนิเฟอร์เป็นพวก ส ใส่เกือก ทั้งคู่ ชอบพาตัวเองไปในที่มืดๆ
ที่รู้ว่าจะต้องเกิดเหตุ ฮา~ แถมทั้งคู่ยังปกปิดตัวตนที่แท้จริงไว้ภายใต้เครื่องแบบน่ารักๆนั่นอีก
เอ้ะ ยังไง...
ทั้งคู่ทำเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อที่น่าสงสาร แต่ว่าเราไม่รู้เลยว่าตัวตนที่แท้จริงของพวกเธอเป็นเช่นไร
ขณะที่เจนนิเฟอร์เลื่อนระดับตัวเองจนเป็นเจ้าหญิงได้ เธอปฏิเสธว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมด
แล้วลืมมันไปจริงๆ แม้แต่เรื่องหมาน้อยบราวน์ของตัวเอง
เมื่อถูกดึงเข้ามาหาอดีต เธอก็ปฏิเสธอย่างรุนแรงโดยการสร้างภาพปิศาจต่างๆนานา
มาขัดขวางไม่ให้ตัวเองจำเรื่องราวได้ ไม่เว้นแม้แต่การสร้างภาพเพื่อนเป็นปิศาจ
อย่างด่านนางเงือก(จริงๆชอบมากนะตัวเนี้ย อ้วกแหวะ55) ยิ่งเข้าใกล้ความทรงจำ
ปิศาจก็ยิ่งเยอะ เพราะเจนนิเฟอร์ไม่ต้องการจะรู้ แต่ก็อยากรู้อยู่ดี
ก็เหมือนกับเดินเข้าไปในความมืดล่ะนะ เพราะที่มืดที่สุดก็ใจคนแหละ
ไอรีนเองก็เป็นคนที่เราไม่รู้เลยว่าจริงๆเธอเป็นคนยังไง
รู้แต่ว่าเป็นพวกชอบลองดี เพราะที่ไหนที่มันมืดๆ ชีแกเข้าไปลองของหมด
และเป็นคนเนี้ยบเกินเหตุ ซึ่งฉากที่ไม่มีในหนังอาจเป็นไอรีนที่ดูถูกเพื่อนร่วมงาน
ทั้งทางสายตาและการกระทำแบบไม่รู้ตัว เพราะเธอพยายามทำตัวเก่งเหนือคนอื่น?
และขอสิทธิพิเศษว่ายน้ำในสระที่ไม่มีพนักงานคนใดได้ใช้
และเราก็ได้รู้ว่าเธอก็ร้ายใช่เล่น ทั้งไปเที่ยวผับคนเดียว และยั่วผู้ชาย??(แบบแสร้งไม่จงใจ)
และรู้อีกอย่างว่าชีเก็บกด สูบบุหรี่คลายเครียด
และแอบขี้เหนียว..มั้งนะ เพราะตอนเพื่อนขอยืมสร้อย เธอแสดงออกชัดมากว่าไม่อยากให้ยัยนี่ยืม
แม้แต่ตอนที่ต้องรักษาสัญญา ก็ตอบว่าไม่ ก่อนที่จะจำใจส่งให้
เพราะงั้นการลองดีของไอรีน อาจทำให้คนอื่นหมั่นไส้ได้ หรืออาจเจอคำสาปก็ไม่แปลก
เหมือนๆกับเจนนิเฟอร์ที่พยายามปิดความจริงไว้ในความมืด แต่ก็ดันอยากรู้อยู่ดี
สมแล้วที่เป็น "Jennifer, you are very bad bad girl" (ชอบประโยคนี้จัง)
ยังไงก็ตาม Hotel ได้เฉลยไว้บางช่วงว่า ในความมืดจริงๆก็ไม่มีอะไร
เช่นทางเดินของโรงแรมที่ไฟไม่ติดหรือไม่เปิดไฟ ก็รู้ว่าเพราะทางมันตันอ่ะ
และถ้ำนางพญาไพรที่จริงก็ไม่มีอะไร เพราะไอรีนเข้าไปหลายครั้งเชียว
หมวกกันน็อคจึงค้นพบว่า
"บางครั้งความธรรมดาก็กลายเป็นความน่ากลัวด้วยจินตนาการ"
ถ้าเรื่องนี้จะเป็นหนังพารานอย มันก็เป็นได้
แบบไอรีนเป็นผู้กระทำแล้วทำเป็นว่าถูกกระทำเบ็ดเสร็จ
เช่น ทำแว่นแตกเอง แล้วเอาสร้อยไปทิ้งในป่าเอง แล้วแกล้งเป็นว่าโดนกลั่นแกล้ง
เหมือนๆที่เคอิจิมันเห็นคนอื่นเป็นผู้ร้ายทั้งๆที่ไม่มีใครทำอะไร
หรืออาจเป็นหนังชีวิตของพนักงานที่ถูกกดดัน เข้ากะเพื่อนร่วมงานไม่ได้
ถูกเพื่อนร่วมงานแกล้ง ล็อคประตู จนต้องหนีไปกรี๊ดในป่า
หรือเป็นหนังฆาตกรรม ที่ไอรีนถูกหมายหัวเพราะดันไปสงสัยการตายของพนักงานคนก่อน
หรืออาจถูกเพื่อนร่วมงานวางแผนกำจัดเพราะเหม็นขี้หน้า หรือ เป็นตัวเกะกะการเลื่อนตำแหน่ง
หรือเป็นหนังผี ที่ถูกนางพญาไพรหลอกเอา?? สุดท้ายก็หายสาบสูญไปในป่า
จินตนาการคนเรามันก็หนุกดีนะ~~~
ส่วนอีกเรื่อง Pan's Labyrinth หนังสเปน อาจไม่พูดถึงเท่าไหร่
หลายคนคงเคยดู
หมวกกันน็อคชอบมันดาร์กดีค่ะ โลกสำหรับเด็กน้อยโอฟีเลียอันไม่สวยงาม
สุดท้ายก็ขอกลับไปสู่โลกแฟนตาซีดีกว่า
แม้จะไม่เข้าใจบางประเด็น อย่างน้อยก็ดูรู้เรื่องกว่า Hotel55+
ปกหนังเรื่องนี้ก็เหมือนจะเดินเข้าไปในความมืดอีกแล้วแฮะ
แต่ในเขาวงกตมันเป็นแสงสว่างนี่นะ
เรียกว่าหลุดจากความมืดตะหาก ทั้งที่เขาวงกตมันน่าจะเป็นความมืดเนอะ
เรื่องนี้ก็นึกถึง Rule of rose อีกแล้วอ่ะ อาจเพราะบรรยากาศ55
ภาพมันดูเกมดีทั้ง 2 เรื่องเลย
ตอนจบนี่ชวนให้คิดว่าโอฟิเลียมันพารานอยไปเองจริงๆนะ
เพราะฉากที่มันพูดคนเดียวนี่แหละ
แต่จริงๆแล้วมันเป็นแฟนตาซีในโลกความจริง จริงๆด้วย
เพราะชอล์กมันใช้การได้จริง เพียงแต่สุดท้ายโอฟิเลียเลือกที่จะละทิ้งร่างในโลกความจริง
กลับไปสู่โลกแฟนตาซีที่มีทั้งพ่อแม่และตัวเองที่เป็นคนสำคัญ
เพราะงั้น Pan's Labyrinth ไม่ใช่การเดินเข้าไปในความมืด
แต่เป็นการหนีออกมาจากความมืด พูดแล้วงง 55
ชอบที่สุดก็ตัวที่มันมีตาที่มือนี่แหละ น่ารักซะ เดินดุ๊กๆ อิ๊ๆ
ถ้าความจริงมันโหดร้าย และแฟนตาซีก็โหดร้ายไม่แพ้กัน
ทางที่จะชนะได้ก็ต้องชนะความมืดของตัวเองล่ะนะ
ไม่รู้ว่าที่พูดมาตั้งกะต้นนี่มันถูกผิดยังไงนะคะ
อย่าง rule of rose ก็ชักจะลืม
เพราะหมวกกันน็อคเล่นเกมห่วยอ่ะ ไปไม่ถึงไหน
ไม่น่าดูหนังนอยเลยเรา...แต่ก็คุ้มค่า
ยังไม่ได้ดู อยากดู มายืมแผ่นได้นะ ฮา~
edit @ 4 Dec 2009 00:55:33 by หมวกกันน็อค